“แม่ๆ มักจะฟังและเข้าใจหัวอกแม่ๆ ด้วยกัน”
นี่คือความคิดง่ายๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์ https://sciencemoms.com/
Science Moms เป็นการรวมกลุ่มของคุณแม่ที่มีอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือทำงานในวงการสิ่งแวดล้อม
คุณแม่กลุ่มนี้มารวมตัวกันเพื่อทำแคมเปญรณรงค์ ให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้แม่ๆ คนอื่นๆ มาสนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่ออนาคตของลูกตัวเอง
เข้าไปสำรวจเว็บไซต์กันเลยดีกว่า มีหลายหน้าที่น่าสนใจ
The Facts
เปิดมาจะเห็นคำว่า Climate 101 ตัวโตๆ
เป็นพื้นที่เสนอข้อมูลสั้นๆ แต่สามารถวางภาพกว้างให้เราเห็นสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ตอนนี้ได้ดีทีเดียว
หน้านี้เล่าเรื่องด้วยการหักล้างความเชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ เอาประโยคที่คนบางกลุ่มพูดกันปากต่อปากโดยที่ไม่มีเหตุผลรองรับมาไขข้อเท็จจริง เช่น “แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังไม่ได้ถูกยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงในวงการวิทยาศาสตร์นะ” หรือ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เป็นแค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี่นา” หรือ “กว่าผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเกิดก็นู้นนน อีกนานกว่าจะมาถึง” หรือประโยคนี้ที่ผู้เขียนได้ยินบ่อยมากที่สุด คือ “เราไม่มีทางแก้ไขอะไรได้หรอก” ใครที่มีความคิดคล้ายๆ กันนี้ขอให้เข้าใจว่าคุณไม่ได้ผิดอะไร แต่เพียงเพราะสื่อกระแสหลักบ้านเรายังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอในการนำเสนอปัญหานี้ (เราก็เลยต้องมาหาอ่านกันเองอย่างนี้เพื่อปรับมุมมองของเราให้เห็นปัญหาอย่างทันโลกมากขึ้น) อย่างไรก็ตาม เข้าไปอ่านในเว็บไซต์ต่อได้ว่าเขาให้เหตุผลอย่างไร ทำไมถึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าประโยคพวกนั้นเป็นเรื่องไม่จริง ตอนท้ายแนบที่มาข้อมูลจากองค์กรวิทยาศาสตร์หลายสำนัก อย่าง Scientific America, NASA, Scripps CO2 Program หรือ Carbon Visual เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากศึกษาให้ลึกเข้าไปอีก ก็สามารถคลิกลิงก์เข้าไปอ่านต่อได้เลย
Resources
ตัวอย่างหนังสือที่มีแนะนำในเว็ปไซต์
มีหนังสือแนะนำสำหรับทั้งคุณแม่ อย่าง How to Talk to Your Kids About Climate Change: Turning Angst into Action by Harriet Shugarman หรือ The Thinking Person’s Guide to Climate Change by Robert Henson และสำหรับคุณลูกอย่าง The Magic School Bus and the Climate Challenge by Joanna Cole & Bruce Degen
คลังความรู้นี้เป็นเหมือนทีมสนับสนุนเหล่าแม่ๆ ว่าถ้าเราอยากอธิบายให้ลูกเข้าใจเรื่องวิกฤตธรรมชาติที่ถูกกระตุ้นด้วยการแทรกแซงของมนุษย์ เราจะสามารถพูดเรื่องนี้ให้เข้าใจได้ง่ายและไม่น่าเบื่อได้อย่างไร
เป็นภารกิจที่ค่อนข้างท้าทายอยู่เหมือนกันนะที่เราจะต้องอธิบายให้คนรุ่นต่อไปเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาอันหนักหน่วงที่เขากำลังจะเจอในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่ลืมให้กำลังใจ สร้างความหวังให้กับเขาด้วย เพื่อที่เราจะได้ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา
นอกจากหนังสือยังมีลิงก์ รวบรวม TED Talks ที่น่าฟังมากๆ อย่าง The Most Important Thing You Can Do to Fight Climate Change: Talk About It By Katharine Hayhoe เธอยกประเด็นที่ว่า “ทำไมถึงมีคนไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริง” มาพูดได้อย่างน่าสนใจมาก หรือ Talk จาก Renée Lertzman ที่พูดถึง Climate Anxiety ก็เป็นอีกประเด็นที่ยังไม่ถูกพูดถึงในวงกว้างมากนัก
Take Action = Send a letter?
มีข้อความเขียนว่า “There are lots of things you can do to help reduce carbon pollution on a small scale. But, our individual actions can only do so much.
(มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณสามารถทำเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนด้วยตัวคุณเองได้ แต่การแก้ไขปัญหาที่ต่างคนต่างทำแบบนี้ส่งผลกระทบได้ไม่มากนัก)
The first thing you can do to protect your children’s future is to let your leaders know this is an important issue for you, as a mom. This isn’t about party or ideology. It’s about our kids.”
สิ่งแรกที่คุณทำได้เพื่อปกป้องอนาคตของลูกคุณคือ ทำให้ผู้นำประเทศของคุณรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญกับคุณขนาดไหน ในฐานะที่คุณเป็นแม่ นี่ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรืออุดมการณ์ลอยๆ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกของพวกเราโดยตรง
และมีร่างจดหมายให้ส่งถึงสภาผู้แทนราษฎร! บอกเจตจำนงให้เหล่าผู้นำหันมาเอาจริงเอาจัง ออกกฎหมาย ปรับนโยบาย นำการเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนและยกเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจในทุกๆ แนวทางในการขับเคลื่อนประเทศสักที ถือเป็น ทางออกที่ไม่ค่อยเห็นกลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมในไทยทำ (ยกเว้น Greenpeace)
เพจรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมทั่วไปคงจะบอกว่า
- ใช้ผ้าอ้อมแทนแพมเพิสสิ ใช้ซ้ำได้ ซักง่ายๆ สบายมาก
- กินเนื้อสัตว์น้อยลงสิ หรือ ลองป้อนลูกด้วยอาหารวีแกนสิ
- ปั่นจักรยานพาลูกไปโรงเรียนสิ
กล่าวง่ายๆ คือพยายามบอกเล่าถึงทางออกที่แต่ละคนสามารถเริ่มจากตัวเองได้ แล้วถ้าทุกคนทำเหมือนกันผลกระทบใหญ่ขึ้น ซึ่งเห็นด้วย เราควรทำ ทำเท่าที่ทำได้ ลดการใช้พลาสติก ลดเนื้อสัตว์ เลือกผลิตภัณฑ์ทางเลือก แยกขยะ และอื่นๆ ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมกันไป แต่อย่าลืมว่าเราแต่ละคนไม่ใช่ตัวการหลักที่ปล่อยมลพิษเยอะๆ การตัดสินใจที่ทำให้โลกต้องมาตกอยู่ในปัญหาเหล่านี้มาจากการที่รัฐไม่มีนโยบายควบคุมผู้ปล่อยมลพิษและผู้ผลิตยักษ์ใหญ่เหล่านั้น พวกเขาไม่ได้รอบคอบเรื่องกระบวนการผลิต ไม่สนใจว่าผลิตภัณฑ์ของเขามันทำร้ายโลกมากน้อยเพียงใด พวกเขาควรเป็นกลุ่มผู้รับผิดชอบใช่หรือไม่ ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างเดียว
เราคงต้องนำเรื่องนี้มาพูดคุยกันมากขึ้น
ถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้เขียนจะไม่ได้เป็นแม่คนและก็ไม่ได้วางแผนไว้ว่าจะเป็นในชีวิตนี้ แต่ Science Moms ก็เปิดประเด็นให้ชวนคิด พร้อมมีข้อเท็จจริงให้เราใช้อ้างอิงต่อเวลาไปชวนเพื่อนคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างดี ส่วนตัวแล้วคิดว่านี่คือแคมเปญเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เจาะกลุ่มผู้รับสารได้อย่างน่าสนใจที่สุดตั้งแต่พบเจอมา
อ้างอิง:
YALE Climate Connections Podcast: Women scientists launch climate campaign aimed at mothers https://podcasts.apple.com/th/podcast/climate-connections/id908806755?i=1000520606654
เรื่อง ปวิตรา ชำนาญโรจน์